โมดูลที่ 4 จาก 6

ความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว

4.1 ผู้ควบคุมประตู

ประเภทกิจกรรม การอภิปรายแบบมีแนวทาง - การจัดประเภทด้วยภาพ - การสะท้อนความคิดส่วนตัว

ระยะเวลา 30 นาที

การจัดกลุ่ม ทั้งชั้น/คู่/เดี่ยว

คำอธิบาย

นักเรียนจะได้สำรวจความแตกต่างระหว่างพื้นที่และข้อมูลสาธารณะกับส่วนตัวผ่านการอภิปรายแบบมีแนวทางและตัวอย่างภาพ โดยใช้สถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่คุ้นเคย ผู้เรียนจะฝึกจัดประเภทสิ่งที่มักเป็นสาธารณะหรือส่วนตัว และสะท้อนความคิดเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่าแต่ละคนสามารถเลือกได้ว่าจะเก็บข้อมูลใดไว้เป็นส่วนตัวหรือจะแบ่งปัน กิจกรรมนี้ช่วยสร้างความตระหนักรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ขอบเขต และความรับผิดชอบส่วนบุคคล

ผลลัพธ์การเรียนรู้

เมื่อจบกิจกรรมนี้ ผู้เรียนจะสามารถ:

  • แยกแยะระหว่างพื้นที่และข้อมูลสาธารณะกับส่วนตัวได้
  • อธิบายได้ว่าทำไมบางสิ่งจึงควรเก็บไว้เป็นความลับ
  • ตระหนักว่าทุกคนสามารถเลือกสิ่งที่จะแบ่งปันได้
  • ฝึกอภิปรายอย่างสุภาพและตัดสินใจด้วยตนเอง
สื่อการสอน
  • สื่อภาพหรือบัตรภาพที่แสดงตัวอย่างสถานที่และข้อมูล (ดูภาคผนวก A)
  • ใบงานนักเรียนที่มีช่องติ๊กสำหรับ สาธารณะ / ส่วนตัว (ดูภาคผนวก B)
  • ดินสอหรือสีเทียน
อุปกรณ์
  • กระดานไวท์บอร์ดหรือกระดานโปสเตอร์
  • ปากกาเมจิก
  • อุปกรณ์เสริม: โปรเจคเตอร์หรือจอภาพสำหรับแสดงรูปภาพ

ขั้นตอน

เริ่มต้นกิจกรรม 
  1. เตรียมสื่อภาพหรือสไลด์ที่แสดงตัวอย่าง เช่น สวนสาธารณะ รถเมล์ ห้องน้ำ รถยนต์ สีตา รหัสผ่าน รหัสเอทีเอ็มธนาคาร
  2. เตรียมกระดานโดยเขียนหัวข้อสองฝั่ง: สาธารณะ และ ส่วนตัว
  3. วางใบงานและอุปกรณ์เขียนในที่ที่แจกจ่ายได้สะดวก
ก่อนเริ่มกิจกรรม

5 นาที

  1. ถามนักเรียนว่า “สาธารณะ” หมายถึงอะไร? และ “ส่วนตัว” หมายถึงอะไร?
  2. รับฟังคำตอบหลากหลายและยังไม่ต้องแก้ไข
  3. อธิบายว่าวันนี้จะดูตัวอย่างในชีวิตประจำวันและตัดสินใจร่วมกัน

เป้าหมายในมุมมองของนักเรียน

  •  “ประเมินว่าสิ่งใดเป็นสาธารณะ สิ่งใดเป็นส่วนตัว และสิ่งที่ฉันอยากแบ่งปัน”
กิจกรรม

20 นาที

การตั้งค่า

  1. อธิบายว่าสิ่งต่าง ๆ บางอย่างมักจะเป็นสาธารณะ บางอย่างมักจะเป็นส่วนตัว และบางอย่างขึ้นอยู่กับการเลือก
  2. แนะนำแนวคิดว่าสิ่งต่าง ๆ อาจไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวเสมอไป

ตัวอย่าง

  1. แสดงตัวอย่างหนึ่ง เช่น สวนสาธารณะ
  2. คิดออกเสียง: “หลายคนสามารถไปที่นั่นและเห็นได้ ดังนั้นเรามักจะบอกว่านี่คือสาธารณะ”
  3. แสดงตัวอย่างที่สอง เช่น รหัสผ่าน
  4. คิดออกเสียง: “สิ่งนี้เป็นของคนคนเดียว ดังนั้นเรามักจะเก็บไว้เป็นส่วนตัว”

ดำเนินกิจกรรม

  1. แสดงตัวอย่างภาพทีละหนึ่งตัวอย่าง
  2. ขอให้นักเรียนโหวตหรือยกมือสำหรับ ‘สาธารณะ’ หรือ ‘ส่วนตัว’
  3. นำตัวอย่างไปวางไว้ใต้หัวข้อที่ตรงกันบนกระดาน
  4. ถามคำถามต่อยอด เช่น “ทำไม?” หรือ “สิ่งนี้จะเปลี่ยนแปลงได้ไหม?”
  5. ใช้ตัวอย่างเช่น สวนสาธารณะ, รถเมล์, ห้องน้ำ, รถยนต์, สีตา, รหัสผ่าน, รหัส ATM ธนาคาร

จุดตรวจสอบ

  1. ขอให้นักเรียนอธิบายความแตกต่างระหว่างสาธารณะกับส่วนตัวด้วยคำพูดของตนเอง
  2. ฟังเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่แค่ท่องจำคำนิยาม

การสะท้อนคิด

  • ถาม: “สีตาเป็นเรื่องส่วนตัวเสมอไปหรือไม่?”
  • ถาม: “บางอย่างจะเป็นเรื่องส่วนตัวได้ไหม แม้คนอื่นจะมองเห็น?”
  • ชี้แนะนักเรียนไปสู่แนวคิดที่ว่าทุกคนเลือกได้ว่าจะเปิดเผยข้อมูลอะไร
ติดตามผล

5 นาที

  1. แจกใบงานเช็คบ็อกซ์
  2. นักเรียนตัดสินใจแต่ละรายการว่าจะเก็บไว้เป็นสาธารณะหรือส่วนตัว
  3. เน้นย้ำว่าคำตอบอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน
สรุปกิจกรรม
  1. เก็บใบงานและอุปกรณ์การเรียน
  2. สรุปแนวคิดสำคัญ: “คุณเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะเปิดเผยข้อมูลอะไร”
  3. ข้อความสุดท้ายถึงนักเรียน: “การรู้จักปกป้องความเป็นส่วนตัวช่วยให้คุณปลอดภัย”

หมายเหตุ

การจัดการชั้นเรียน
  • ส่งเสริมการฟังอย่างเคารพและยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง
  • หลีกเลี่ยงการขอให้นักเรียนเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน
กิจกรรมเสริม & กิจกรรมระหว่างรอ
  • เพิ่มตัวอย่างดิจิทัล เช่น ชื่อผู้ใช้หรือรูปถ่าย
  • สร้างโปสเตอร์กติกาชั้นเรียนเกี่ยวกับการแบ่งปันข้อมูล
  • ดูตัวอย่างซูเปอร์ฮีโร่และวายร้าย - ทำไมพวกเขาต้องปกปิดตัวตน?
  • วาดแผนผังข้อมูลที่แต่ละคนต้องการแบ่งปัน/เก็บไว้เป็นส่วนตัว
การปรับกิจกรรมให้เหมาะสม
  • นักเรียนเล็ก: ใช้เฉพาะตัวอย่างที่เกี่ยวกับสถานที่
  • นักเรียนโต: ขยับไปสู่หัวข้อที่ยากขึ้น (ดีเอ็นเอ, การจดจำใบหน้า, ตำแหน่ง GPS, ชื่อ)
  • ELL/การเข้าถึง: ใช้ภาพ ท่าทาง และภาษาง่าย
  • ความปลอดภัย: หลีกเลี่ยงการขอรหัสผ่านจริงหรือข้อมูลส่วนตัว

ภาคผนวก

4.2 ดักฟังโทรศัพท์

ประเภทกิจกรรม เกมจำลองสถานการณ์ - การอภิปรายแบบมีผู้แนะนำ - การเรียนรู้จากประสบการณ์

ระยะเวลา 40-50 นาที

การจัดกลุ่ม ทีมขนาดเล็ก, การอภิปรายทั้งชั้นเรียน

คำอธิบาย

นักเรียนจะได้สำรวจว่าข้อมูลเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ส่งต่อและใครได้รับอนุญาตให้รับฟัง ผ่านเกมส่งข้อความสั้น ๆ หลายรอบที่มีกติกาเปลี่ยนไป ผู้เรียนจะได้สัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับความไว้วางใจ ความผิดพลาด และการแทรกแซงโดยเจตนาโดยตรง การสะท้อนคิดจะเน้นไปที่การที่ข้อความสามารถเปลี่ยนแปลง รั่วไหล หรือได้รับการปกป้องได้อย่างไร และใครควรเป็นผู้ตัดสินว่าใครควรเข้าถึงข้อมูลได้บ้าง

ผลลัพธ์การเรียนรู้

เมื่อจบกิจกรรมนี้ ผู้เรียนจะสามารถ:

  • สัมผัสประสบการณ์ว่าข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อถูกส่งต่อระหว่างผู้คน
  • แยกแยะความแตกต่างระหว่างความผิดพลาดกับการเปลี่ยนแปลงโดยเจตนา
  • เข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนควรได้รับฟังทุกข้อความ
  • เริ่มคิดอย่างมีวิจารณญาณเกี่ยวกับความไว้วางใจ ความเป็นส่วนตัว และการควบคุมข้อมูล
อุปกรณ์ที่ใช้
  • การ์ดข้อความสั้นและยาวที่เตรียมไว้ล่วงหน้า (สำหรับครูอ้างอิง) (ดูภาคผนวก A)
  • กระดาษและดินสอสำหรับรูปแบบการวิ่งจดตามคำบอก
  • อุปกรณ์เสริมที่ควรมี: แผ่นรหัสสัญลักษณ์หรือรหัสแทนตัวอักษรง่าย ๆ สำหรับข้อความที่ล็อกไว้ (ไม่บังคับ) (ดูภาคผนวก B)
อุปกรณ์
  • พื้นที่ในห้องเรียนที่เปิดโล่งสำหรับการเคลื่อนไหว
  • กระดานไวท์บอร์ดหรือกระดานโปสเตอร์สำหรับบันทึกการสะท้อนคิด
  • อุปกรณ์เสริม: นาฬิกาจับเวลา

ขั้นตอน

เริ่มต้น 
  1. เตรียมข้อความง่ายและซับซ้อนไว้ล่วงหน้า
  2. ตัดสินใจจัดกลุ่มทีมละ 6–8 คน
  3. เคลียร์พื้นที่ให้เด็ก ๆ สามารถเข้าแถวหรือเคลื่อนไหวได้อย่างปลอดภัย
ก่อนเริ่มกิจกรรม

5 นาที

  1. ถามนักเรียนว่าเคยเล่นเกมกระซิบข้อความ (โทรศัพท์) หรือไม่
  2. ถามว่าข้อความยังคงเหมือนเดิมตลอดหรือไม่
  3. อธิบายว่าวันนี้พวกเขาจะได้ทดสอบว่าใครสามารถไว้วางใจให้ถือข้อความได้บ้าง
  4. หลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์เทคนิคหรือแนวคิดที่เป็นนามธรรม

เป้าหมายในมุมมองของนักเรียน

  •  “ดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้อความเมื่อคนต่าง ๆ เป็นผู้ส่งต่อ”
กิจกรรม

30-35 นาที

การเตรียม

  1. แบ่งชั้นเรียนออกเป็นทีมขนาดเล็ก
  2. อธิบายว่าแต่ละทีมจะเล่นหลายรอบสั้น ๆ ที่มีโครงสร้างเหมือนกันแต่กติกาต่างกัน
  3. เน้นย้ำว่าไม่มีใครจะถูกตำหนิหากเกิดข้อผิดพลาด

ตัวอย่าง

  1. สาธิตกติกาการกระซิบด้วยตัวอย่างสั้น ๆ
  2. ย้ำกติกาให้ชัดเจน: กระซิบเท่านั้น, ห้ามพูดซ้ำ, ห้ามแก้ไขข้อผิดพลาด

ดำเนินกิจกรรม

รอบที่ 1 – ข้อความง่าย (สายข้อมูลที่เชื่อถือได้)

  1. กระซิบประโยคง่าย ๆ ให้กับนักเรียนคนแรก
  2. นักเรียนส่งต่อข้อความด้วยการกระซิบต่อกันไปตามแถว
  3. นักเรียนคนสุดท้ายพูดข้อความออกมาดัง ๆ
  4. จุดตรวจสอบ: ข้อความถูกต้องหรือไม่ มีใครตั้งใจเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า รู้สึกไว้วางใจในกลุ่มนี้ง่ายไหม

รอบที่ 2 – ข้อความยาก (ข้อมูลซับซ้อน)

  1. ใช้รูปแบบเดิมแต่เปลี่ยนเป็นประโยคที่ยาวและแม่นยำมากขึ้น
  2. ทำสายกระซิบอีกครั้ง
  3. นักเรียนคนสุดท้ายพูดข้อความออกมาดัง ๆ
  4. จุดตรวจสอบ: อะไรเปลี่ยนไป ข้อความผิดตรงไหน มีใครตั้งใจทำผิดหรือแค่ยากเกินไป

รอบที่ 3 – กติกาซ่อนเร้น (เปลี่ยนแปลงโดยเจตนา)

  1. ใช้ข้อความซับซ้อนเดิม
  2. แอบบอกนักเรียนคนหนึ่งตรงกลางว่าเขาสามารถเปลี่ยนคำหนึ่งคำได้
  3. อย่าประกาศว่ามีกติกานี้
  4. ทำสายกระซิบ
  5. จุดตรวจสอบ: รู้สึกต่างจากข้อผิดพลาดทั่วไปไหม เรารู้ได้อย่างไรว่ามีบางอย่างผิดปกติ อะไรที่รู้สึกว่าไม่ยุติธรรม

ตัวเลือกเสริม – วิ่งจดตามคำบอก (ควบคุมกับความไว้วางใจ)

รอบที่ 4 – ผู้วิ่งที่เชื่อถือได้

  1. วางข้อความที่เขียนบนกระดาษไว้ฝั่งตรงข้ามห้อง
  2. นักเรียนคนหนึ่งวิ่งไปอ่านแล้วกลับมาบอกผู้เขียน
  3. ผู้เขียนจดข้อความลงไป
  4. จุดตรวจสอบ: วิธีนี้ชัดเจนกว่าการกระซิบไหม เพราะอะไร

รอบที่ 5 – พื้นที่ไม่ปลอดภัย

  1. เพิ่มผู้ฟังไว้ใกล้เส้นทางที่ผู้วิ่งเดินผ่าน
  2. ผู้ฟังอาจได้ยินแต่ต้องไม่เห็นข้อความ
  3. จุดตรวจสอบ: ใครได้รู้อะไรที่ไม่ควรรู้ และข้อความยังปลอดภัยอยู่ไหม

ตัวเลือกเสริมสุดท้าย – ข้อความล็อกไว้

  1. ทำวิ่งจดตามคำบอกอีกครั้ง แต่ข้อความเขียนด้วยรหัสสัญลักษณ์ง่าย ๆ (ดูภาคผนวก B)
  2. ให้นักเรียนสังเกตว่าใครเข้าใจข้อความได้บ้าง
  3. จุดตรวจสอบ: ใครอ่านออก และใครได้ยินแต่ไม่เข้าใจอะไรเลย

สะท้อนความคิด

  1. ถามว่าใครควรได้ยินทุกอย่าง
  2. ถามว่าใครควรไม่ได้ยินอะไรเลย
  3. ถามว่าใครควรเป็นคนตัดสินใจ
  4. ให้นักเรียนอธิบายปัญหาด้วยคำพูดของตัวเอง
ติดตามผล

5-10 นาที

  1. ทบทวนว่าข้อความอาจเปลี่ยนแปลง รั่วไหล หรือถูกแก้ไขได้
  2. ย้ำว่าความไว้วางใจขึ้นอยู่กับกติกาและขอบเขต
  3. เชื่อมโยงกับบทเรียนก่อนหน้าเรื่องข้อมูลสาธารณะกับข้อมูลส่วนตัว
ปิดกิจกรรม

5 นาที

  1. ขอบคุณนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างซื่อสัตย์
  2. จัดห้องเรียนกลับสู่สภาพเดิม
  3. ข้อความสุดท้ายถึงนักเรียน: การระมัดระวังเรื่องข้อมูลช่วยปกป้องผู้คนได้

หมายเหตุ

การจัดการชั้นเรียน
  • ทำให้การทำผิดพลาดและปฏิกิริยาทางอารมณ์เป็นเรื่องปกติ ในขณะที่ยังคงควบคุมสถานการณ์ด้วยความสงบ
  • อย่ากล่าวหา หรือเปิดเผยผู้ที่แอบฝ่าฝืนกติกา เว้นแต่นักเรียนจะถามอย่างชัดเจน
กิจกรรมเสริม & กิจกรรมระหว่างรอ
  • เขียนกติกาชั้นเรียนเพื่อปกป้องข้อความ หรือออกแบบเกมใหม่ให้ยุติธรรมมากขึ้น
การปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับผู้เรียน
  • นักเรียนที่อายุน้อยกว่า: ข้อความสั้นลงและรอบน้อยลง
  • ผู้เรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง/การเข้าถึง: ใช้สัญลักษณ์ภาพ ชะลอจังหวะกิจกรรม และมีเพื่อนช่วยเหลือ
  • ความปลอดภัย: ควบคุมการเคลื่อนไหวและมีกติกาการกระซิบที่ชัดเจน

ภาคผนวก

4.3 Cypherpunks เขียนโค้ด

ประเภทกิจกรรมงานประดิษฐ์ - กิจกรรมถอดรหัสรายบุคคล - ฝึกปฏิบัติแบบมีผู้แนะนำ

ระยะเวลา45-60 นาที

การจัดกลุ่มทำงานรายบุคคลพร้อมสาธิตให้ทั้งชั้นเรียนดู

คำอธิบาย

นักเรียนจะได้รู้จักแนวคิดของรหัสลับในฐานะวิธีซ่อนและปกป้องข้อมูล ผ่านกิจกรรมประดิษฐ์ นักเรียนจะได้สร้างวงล้อรหัสลับอย่างง่ายและใช้มันในการเข้ารหัสและถอดรหัสคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin กิจกรรมนี้ผสมผสานทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็ก การคิดอย่างมีเหตุผล และแนวคิดพื้นฐานของวิทยาการเข้ารหัส พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างคำศัพท์ใหม่ในรูปแบบที่สนุกและจับต้องได้

ผลลัพธ์การเรียนรู้

เมื่อจบกิจกรรมนี้ นักเรียนจะสามารถ:

  • เข้าใจความหมายของการเข้ารหัสและถอดรหัส; ตระหนักว่าการเปลี่ยนรหัสจะเปลี่ยนผลลัพธ์; ใช้วงล้อรหัสลับในการเข้ารหัสและถอดรหัสคำง่าย ๆ; ถอดรหัสและเข้ารหัสคำศัพท์เกี่ยวกับ Bitcoin ได้อย่างถูกต้อง
อุปกรณ์ที่ใช้
  • แบบพิมพ์วงล้อรหัสลับที่มีวงแหวนตัวอักษรด้านในและด้านนอก (ดูภาคผนวก A)
  • ใบงานที่พิมพ์คำศัพท์เกี่ยวกับ Bitcoin ที่ถูกเข้ารหัสไว้ (ดูภาคผนวก B)
  • ดินสอ สีเทียน หรือปากกาสี
  • อุปกรณ์เสริม:วงล้อรหัสลับที่เตรียมไว้สำหรับสาธิต, หมุดกลมหรือหมุดแยกสำหรับยึดวงล้อ, ใบงานฝึกหัดเพิ่มเติม
อุปกรณ์
  • กรรไกร
  • กระดานไวท์บอร์ดหรือกระดานโปสเตอร์
  • อุปกรณ์เสริม: สาธิตด้วยโปรเจคเตอร์, กรรไกรสำหรับคนถนัดซ้าย

ขั้นตอน

เปิดกิจกรรม 

การเตรียมของครู

  1. พิมพ์และเตรียมแบบวงล้อรหัสลับและใบงาน
  2. ตัดวงล้อรหัสลับขนาดใหญ่สำหรับสาธิตไว้ล่วงหน้าหรือเตรียมเวอร์ชันภาพบนกระดาน
  3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรรไกรและหมุดถูกแจกจ่ายอย่างปลอดภัย

ก่อนเริ่มกิจกรรม

5 นาที

  1. ถามนักเรียนว่ารู้จักรหัสลับหรือไม่
  2. ถามว่านักเรียนเคยเห็นรหัสลับที่ไหนบ้าง เช่น ในเกม ข้อความลับ หรือกุญแจล็อก
  3. แนะนำคำว่า เข้ารหัส และ ถอดรหัส ด้วยภาษาง่าย ๆ
  4. อธิบายว่าวันนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีซ่อนและเปิดเผยคำด้วยรหัสลับ

เป้าหมายในมุมมองของนักเรียน

  •  “ประดิษฐ์เครื่องมือรหัสลับและใช้มันเพื่อซ่อนและอ่านคำ”
กิจกรรม

35-45 นาที

การเตรียม

  1. อธิบายว่าตัวอักษรสามารถเลื่อนได้เพื่อสร้างข้อความลับ
  2. เขียนตัวอักษรบนกระดานและแสดงตัวอย่างการเลื่อนตัวอักษรง่าย ๆ เช่น A กลายเป็น D

ตัวอย่าง

  1. สาธิตการเข้ารหัสคำสั้น ๆ โดยใช้การเลื่อนตัวอักษร
  2. สาธิตการถอดรหัสคำเดิมกลับมาเป็นคำต้นฉบับ
  3. แนะนำวงล้อรหัสลับและแสดงให้เห็นว่าการหมุนวงล้อจะเปลี่ยนตัวอักษรที่ได้
  4. อธิบายว่าจำนวนครั้งที่หมุนวงล้อจะเปลี่ยนผลลัพธ์ที่ได้

ลงมือทำ

ส่วนที่ 1 – งานประดิษฐ์วงล้อรหัสลับ

  1. นักเรียนตัดวงกลมตัวอักษรด้านในและด้านนอกออกมา
  2. นักเรียนวางวงกลมขนาดเล็กไว้บนวงกลมขนาดใหญ่
  3. นักเรียนยึดวงกลมทั้งสองเข้าด้วยกันด้วยหมุด เพื่อให้หมุนวงล้อได้อย่างอิสระ
  4. นักเรียนทดสอบวงล้อโดยหมุนให้ตัวอักษรต่าง ๆ ตรงกัน

จุดตรวจสอบ

  1. ให้นักเรียนถอดรหัสคำหนึ่งคำร่วมกันทั้งชั้นเรียน
  2. ตรวจสอบว่านักเรียนเข้าใจว่าการเปลี่ยนตำแหน่งวงล้อจะเปลี่ยนผลลัพธ์

ส่วนที่ 2 – ฝึกเข้ารหัสและถอดรหัส

  1. นักเรียนใช้วงล้อรหัสลับของตนถอดรหัสคำในใบงาน
  2. นักเรียนเข้ารหัสคำศัพท์เกี่ยวกับ Bitcoin ที่กำหนด โดยใช้การเลื่อนตัวอักษรที่เลือกไว้
  3. เดินตรวจเพื่อช่วยเหลือนักเรียนและตรวจสอบความเข้าใจ

สะท้อนความคิด

  • ถามนักเรียนว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเปลี่ยนตำแหน่งวงล้อ
  • ถามว่าคำเดียวกันจะหน้าตาเหมือนเดิมหรือไม่เมื่อเปลี่ยนรหัส
  • ถามว่าทำไมบางคนถึงอยากซ่อนข้อมูลด้วยวิธีนี้
ติดตามผล

2 นาที

  • ทบทวนคำสำคัญ: เข้ารหัส, ถอดรหัส, รหัส, ข้อความ
ปิดกิจกรรม
  • เก็บกรรไกรและอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • ให้นักเรียนเก็บวงล้อรหัสลับของตนเองไว้
  • ข้อความสุดท้ายถึงนักเรียน: “เมื่อเปลี่ยนรหัส ข้อความจะเปลี่ยน แต่ความหมายยังเหมือนเดิม”

หมายเหตุ

การจัดการชั้นเรียน
  • ดูแลการใช้กรรไกรและหมุดอย่างใกล้ชิด
  • กระตุ้นให้นักเรียนอดทนในช่วงงานประดิษฐ์
กิจกรรมเสริม & กิจกรรมระหว่างรอ
  • แข่งขันถอดรหัสแบบจับเวลาโดยใช้คำรหัสใหม่
  • เล่นเกมถอดรหัส เช่น แขวนคอรหัสลับ โดยเขียนคำรหัสไว้บนกระดาน
การปรับกิจกรรมให้เหมาะสม
  • นักเรียนเล็ก: ใช้คำสั้น ๆ และเลื่อนตัวอักษรแบบคงที่, ใช้คำศัพท์ที่ไม่เกี่ยวกับ Bitcoin
  • นักเรียนโต: เลือกและบันทึกการเลื่อนตัวอักษรของตนเองให้เพื่อนถอดรหัส
  • นักเรียน ELL/นักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือ: มีคู่มืออักษรภาพและให้เพื่อนช่วยเหลือ
  • ความปลอดภัย: ใช้กรรไกรปลายทู่และดูแลการใช้หมุดอย่างใกล้ชิด

ภาคผนวก

4.4 Nostr

ประเภทกิจกรรม เกมจำลองสถานการณ์ – การเข้ารหัสแบบงานฝีมือ – การแข่งขันท้าทาย

ระยะเวลา 50-60 นาที

การจัดกลุ่ม ทีมเล็ก ๆ ทีมละสามคน

คำอธิบาย

ต่อยอดจากกิจกรรมก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความไว้วางใจ การส่งข้อความ และการดักฟัง นักเรียนจะได้เปรียบเทียบการส่งข้อมูลแบบเปิดกับการสื่อสารแบบเข้ารหัส ผู้เรียนจะได้สัมผัสประสบการณ์ว่าการส่งต่อข้อมูลต้องอาศัยความไว้วางใจในคนกลาง และข้อความอาจถูกดักฟังหรือเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร จากนั้นจะมีการแนะนำวงล้อรหัสเพื่อปกป้องข้อความ ทำให้นักเรียนค้นพบว่าข้อมูลยังคงเป็นความลับได้ แม้จะถูกส่งผ่านช่องทางที่ไม่ไว้วางใจหรือสาธารณะ

ความรู้พื้นฐานที่ควรมี

  • 4.2 - โทรศัพท์
  • 4.3 - Cypherpunks Write Code
ผลลัพธ์การเรียนรู้

เมื่อจบกิจกรรมนี้ ผู้เรียนจะสามารถ:

  • ทบทวนว่าการส่งข้อมูลต้องอาศัยความไว้วางใจในคนกลางอย่างไร
  • ตระหนักว่าข้อความอาจรั่วไหลหรือเปลี่ยนแปลงได้เมื่อส่งแบบเปิดเผย
  • เข้าใจว่าการเข้ารหัสช่วยปกป้องข้อมูล แม้คนกลางจะไม่น่าไว้วางใจ
  • สามารถเข้ารหัสและถอดรหัสคำศัพท์โดยใช้วงล้อรหัสได้สำเร็จ
อุปกรณ์ที่ใช้
  • การ์ดคำศัพท์หรือประโยคที่เตรียมไว้สำหรับการส่งข้อความ
  • แบบวงล้อรหัสสำหรับนักเรียนแต่ละคน (ดูภาคผนวก A)
  • ใบงานหรือกระดาษเปล่าสำหรับถอดข้อความ
  • ดินสอหรือปากกาเมจิก
  • อุปกรณ์เสริม: ตัวอย่างข้อความง่ายและซับซ้อน (ดูภาคผนวก B)
อุปกรณ์
  • กรรไกร
  • หมุดแยกหรือหมุดกลมสำหรับวงล้อรหัส
  • พื้นที่ในห้องเรียนที่เปิดโล่งสำหรับการเคลื่อนไหว
  • อุปกรณ์เสริม: นาฬิกาจับเวลา

ขั้นตอน

เริ่มต้นกิจกรรม 
  1. จัดห้องโดยให้แต่ละทีมมีโต๊ะสองตัววางห่างกัน เพื่อสร้างระยะทาง
  2. วางการ์ดข้อความเปิดไว้ที่โต๊ะผู้ส่งแต่ละทีม
  3. เตรียมอุปกรณ์วงล้อรหัสแต่ยังไม่เปิดเผยจนกว่าจะถึงช่วงที่ 2
ก่อนเริ่มกิจกรรม

5 นาที

  1. ให้ผู้เรียนทบทวนกิจกรรมก่อนหน้าที่มีการกระซิบหรือส่งต่อข้อความ
  2. ถามนักเรียนว่าพบปัญหาอะไรเกี่ยวกับความไว้วางใจ ความผิดพลาด หรือการถูกดักฟังบ้าง
  3. เตือนนักเรียนว่าครั้งที่แล้วพวกเขาไม่สามารถเก็บข้อความไว้เป็นความลับได้
  4. อธิบายว่าวันนี้จะมาทดสอบว่าจะแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่

เป้าหมายในมุมมองของนักเรียน

  •  “หาวิธีที่ดีกว่าในการส่งข้อความโดยไม่ต้องไว้วางใจทุกคน”
กิจกรรม

40–45 นาที

การเตรียมกิจกรรม

  1. แบ่งนักเรียนออกเป็นทีมละสามคน
  2. มอบหมายบทบาท: ผู้เล่น 1 เป็นผู้ส่ง, ผู้เล่น 2 เป็นผู้วิ่ง, ผู้เล่น 3 เป็นผู้รับ
  3. อธิบายว่าบทบาทจะคงเดิมตลอดกิจกรรมนี้

ตัวอย่าง

  1. สาธิตการเล่นรอบสั้น ๆ โดยใช้ข้อความเปิดเผย
  2. ชี้ให้เห็นว่าผู้วิ่งต้องจำและถ่ายทอดข้อความให้ถูกต้องทุกคำ
  3. เตือนนักเรียนว่าคนที่อยู่ใกล้ ๆ สามารถได้ยินข้อความนี้ได้

เฟสที่ 1 – การส่งข้อความแบบเปิด (ต้องใช้ความไว้ใจ)

  1. ผู้เล่น 1 อ่านข้อความเงียบ ๆ ที่โต๊ะผู้ส่ง
  2. ผู้เล่น 1 อ่านข้อความเบา ๆ ให้ผู้เล่น 2 ฟังที่โต๊ะผู้ส่ง
  3. ผู้เล่น 2 วิ่งไปหาผู้เล่น 3 และถ่ายทอดข้อความด้วยวาจา
  4. ผู้เล่น 3 เขียนสิ่งที่ได้ยินลงไป
  5. ผู้เล่น 2 สามารถวิ่งกลับไปกลับมาตามต้องการ
  6. ทีมแรกที่ส่งข้อความสำเร็จเป็นผู้ชนะ

จุดอภิปราย

  • ถามว่าข้อความสุดท้ายตรงกับต้นฉบับหรือไม่
  • ถามว่าผู้วิ่งได้ยินข้อความของทีมอื่นหรือไม่
  • ถามว่าผู้วิ่งมีอำนาจเปลี่ยนข้อความได้หรือไม่
  • เน้นย้ำว่าระบบนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเชื่อใจผู้วิ่งเท่านั้น

เฟสที่ 2 – การส่งข้อความแบบเข้ารหัส (ลดการพึ่งพาความไว้ใจ)

  1. แจกอุปกรณ์วงล้อรหัสและให้นักเรียนประกอบเอง
  2. ผู้ส่งและผู้รับตกลงกันเป็นการส่วนตัวว่าจะเลื่อนตัวอักษรกี่ตำแหน่งโดยใช้วงล้อรหัส
  3. ผู้เล่น 1 เข้ารหัสข้อความใหม่โดยใช้รหัสที่ตกลงกัน
  4. ผู้เล่น 2 ถ่ายทอดเฉพาะข้อความที่เข้ารหัสโดยไม่รู้ความหมาย
  5. ผู้เล่น 3 คัดลอกและถอดรหัสข้อความโดยใช้วงล้อรหัส

กติกาการแข่งขัน

  • ทีมจะได้คะแนนเมื่อถอดรหัสถูกต้อง
  • ทั้งความเร็วและความถูกต้องมีความสำคัญ
  • ผู้วิ่งห้ามรู้รหัสที่ใช้

สะท้อนความคิด

  1. ถามว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงระหว่างการส่งข้อความแบบเปิดกับแบบเข้ารหัส
  2. ถามว่ายังจำเป็นต้องไว้ใจผู้วิ่งอยู่หรือไม่
  3. ถามว่าใครเป็นผู้ควบคุมการเข้าถึงข้อความในแต่ละเฟส
กิจกรรมติดตามผล

5-10 นาที

  1. ทบทวนว่ากิจกรรมก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าข้อความสามารถถูกดักฟังหรือเปลี่ยนแปลงได้
  2. ทบทวนว่าการเข้ารหัสช่วยให้ข้อความเดินทางในที่สาธารณะได้อย่างปลอดภัย
  3. เชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องการเลือกข้อมูลที่เป็นสาธารณะหรือส่วนตัว
สรุปกิจกรรม

5 นาที

  1. เก็บอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันและจัดห้องเรียนให้เรียบร้อย
  2. ให้นักเรียนเก็บวงล้อรหัสไว้ได้
  3. ข้อความสุดท้ายถึงนักเรียน: “คุณไม่จำเป็นต้องไว้ใจทุกคน เมื่อข้อความของคุณได้รับการปกป้อง”

หมายเหตุ

การจัดการชั้นเรียน
  • นักเรียนโตสามารถเลือกบทบาทของตนเองในกิจกรรมวิ่งผลัดได้
  • ควบคุมเส้นทางการวิ่งและบังคับให้เดินหากจำเป็น
  • เน้นย้ำว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้
กิจกรรมเสริม & กิจกรรมระหว่างรอ
  • สลับบทบาทและทำซ้ำโดยใช้รหัสใหม่
  • เพิ่มความยาวของข้อความหรือเพิ่มข้อความลวง
การปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  • นักเรียนที่อายุน้อยกว่า: ใช้คำเดี่ยวและการเลื่อนตัวอักษรแบบคงที่
  • ELL/การเข้าถึง: ใช้แผนภูมิตัวอักษรและดำเนินกิจกรรมช้าลง
  • ความปลอดภัย: มีกติกาการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนและใช้อุปกรณ์ภายใต้การดูแล

ภาคผนวก

↑ กลับไปที่สารบัญ